My List &
Compare

My List

รายการที่บันทึกไว้

อสังหาฯ ปีหมู จะเป็นยังไงกันแน่
อสังหาฯ ปีหมู จะเป็นยังไงกันแน่

ทยอยเปิดกันมาแล้วกับแผนการเปิดตัวโครงการต่าง ๆ ของเหล่าดีเวลลอปเปอร์ชื่อดังทั้งหลาย โดยผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์เจ้าแรกที่เผยแผนตั้งแต่ต้นปีนั้นก็คือ LPN หรือ ลุมพินี ที่ชะลอการเปิดโครงการใหม่ไว้ตั้งแต่ปลายปี 2561 เพื่อดูแนวโน้มของตลาดก่อน และเป็นเจ้าแรกที่เปิดแผนโครงการใหม่ของปี 2562 นี้ โดย LPN มีแผนที่จะที่จะเปิดตัวคอนโดมิเนียม เพียง 5-6 โครงการเท่านั้น โดยหนึ่งโครงการใหญ่ที่เปิดตัวออกมานั้นคือโครงการ Lumpini Mix นราธิวาส ที่จะเป็นทั้งคอนโดมีเนียมสำหรับพักอาศัยและอาคารสำนักงานเพื่อขาย เพื่อให้เป็นสินค้าที่ช่วยสร้าง recurring income ให้แก่ และนอกเหนือจากนั้นจะเน้นเป็นไปที่โครงการแนวราบ  

ต่อมาที่เจ้าใหญ่อย่างศุภาลัย ที่เตรียมเปิดตัว 34 โครงการในปี 2562 มูลค่ารวมกว่า 40,000 ล้านบาท โดยมีโครงการคอนโดมิเนียม 6 โครงการในกรุงเทพฯและปริมณฑล เช่น พระราม 9, สาทร, ธนบุรี ตามส่วนต่อขยายแนวรถไฟฟ้า และเป็นโครงการแนวราบอีกกว่า 28 โครงการ โดยคอนโดมิเนียมจะอยู่ segment ที่ราคา 6-8 หมื่นบาทต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำลงมา

และเมื่อเร็ว ๆ นี้ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอสังหาฯ ก็ได้เปิดแผนโครงการปี 2562 ออกมา นั่นก็คือ แสนสิริ ที่ได้ครองยอดจากชาวต่างชาติไปในปีที่แล้ว มีแผนในการเปิดตัวโครงการทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด มูลค่ารวมกว่า 46,600 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นคอนโด 12 โครงการ บ้านเดี่ยว 9 โครงการ และทาวน์เฮ้าส์อีก 7 โครงการ โดย % ของคอนโดมิเนียมจะอยู่ใน segment ระดับกลาง 27% คอนโดระดับที่ affordable หรือสำหรับตลาดล่างกว่า 69% ในปีนี้ แสนสิริ มีแผนเปิดโครงการระดับพรีเมี่ยมเพียง 4% เท่านั้น ในขณะที่ล่าสุดนี้ อนันดา เจ้าแห่งคอนโดแนวรถไฟฟ้า ที่มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 10 โครงการในปี 2019 เป็นคอนโดมิเนียม 8 โครงการ โดยแบ่ง segment เป็นระดับพรีเมี่ยม 1 โครงการ ระดับกลาง 3 โครงการ และระดับล่างอีก 4 โครงการ

จะสังเกตได้ว่า แผนการในปีนี้ที่ทุกเจ้าเปิดเผยมา ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่โครงการระดับล่างและโครงการแนวราบเสียเป็นส่วนใหญ่ แน่นอนว่าเหตุผลเบื้องหลังต้องมีผลจากมาตรการควบคุมสินเชื่อและการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อกู้ยืมของธปท.อย่างแน่นอน ที่มากไปกว่านั้นคือจะสังเกตว่า อสังหาฯเจ้าใหญ่ทั้ง 4 เจ้านี้  จะเทโครงการไปที่โครงการราคาระดับล่างที่เข้าถึงได้และโครงการแนวราบเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาจจะเป็นการช่วยพยุงตลาดให้เกิดอุปสงค์ที่แท้จริง คือการซื้อเพื่อการอยู่อาศัย มากกว่าการซื้อเพื่อการลงทุน และขณะเดียวกันก็มุ่งเน้นเป็นโครงการที่เป็นการสร้าง recurring income มากขึ้นโดยอาศัยโครงการ mixed-use อาคารสำนักงาน เป็นส่วนมาก ซึ่งสวนทางกับอสังหาฯ เจ้าเล็กที่เปิดตัวโครงการระดับบนเป็นส่วนใหญ่ นับว่าตลาดอสังหาฯในไทยยังเป็นที่น่าจับตามอง ซึ่งเป็นธุรกิจที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจประเทศอย่างมากเลยทีเดียว คงต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดกันต่อไป

สังคมออนไลน์

ยอดนิยม

Copyright © 2019 All Rights Reserved.